คนทั่วไปมักใช้คอนซีลเลอร์เพียงแค่ปกปิดรอยหมองคล้ำใต้ตา แต่คราวนี้เรามีวิธีใช้คอนซีลเลอร์ให้คุ้มค่าสมยุคเศรษฐกิจดิ่งมาฝาก

     ก่อนอื่นต้องสังเกตเนื้อของคอนซีลเลอร์ก่อนว่าตรงกับวัตถุประสงค์ที่จะใช้งานหรือไม่ คอนซีลเลอร์เนื้อเหลวจะปกปิดได้ไม่ดีเท่ากับชนิดเนื้อเข้มข้น แต่จะได้เปรียบเรื่องความเบาบาง ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า
     นอกจากนี้ยังต้องดูสีด้วย โดยเฉด Yellow - based เหมาะสำหรับเพิ่มความสว่างบริเวณรอยหมองคล้ำ ส่วน Green - based จะใช้สำหรับอำพรางรอยแดงจากสิวหรือรอยแดงอื่นๆ
     ส่วนเทคนิคการใช้คอนซีลเลอร์ให้คุ้มมี 3 ข้อได้แก่
1. อำพรางรอยหมองคล้ำใต้ดวงตา
     วิธีเร่งด่วนที่สุดคือ ก่อนแต่งหน้าทุกครั้งให้แต้มคอนซีลเลอร์ใต้ดวงตา 3 จุดเล็กๆ แล้วใช้นิ้วเกลี่ยเบาๆ ให้กลืนกับสีผิว หรือใช้แปรงแบนสำหรับทาคอนซีลเลอร์โดยเฉพาะ เริ่มเกลี่ยจากบริเวณที่ชิดขอบตามากที่สุดออกมาบริเวณใต้ตาอย่างเบามือให้เนียนเข้าสีผิว
2. ปกปิดจุดด่างดำ กระ และฝ้า
     แนะนำให้แต้มคอนซีลเลอร์บริเวณที่มีจุดด่างดำขนาดใหญ่ก่อน จากนั้นลงรองพื้นให้ทั่วใบหน้าแล้วจึงใช้พู่กันปลายแหลมเล็กค่อยๆ แต้มคอนซีลเลอร์ทีละจุดเพื่อปกปิดรอยเล็กๆ ให้แนบเนียน สุดท้ายใช้แป้งฝุ่นตบเบาๆ ให้ทั่วใบหน้า และระวังอย่าใช้พัฟฟ์ถูเด็ดขาด เพราะคอนซีลเลอร์ที่บรรจงแต้มมา
จะหลุดได้
3. ปกปิดสิว
     จริงๆ แล้วไม่อยากแนะนำให้ปกปิดสิวที่กำลังแดงเป่งสักเท่าไร เพราะจะทำให้ผิวบริเวณนั้นไม่ได้หายใจ และอาจกลายเป็นยิ่งเน้นจุดสนใจเข้าไปใหญ่ แต่ในกรณีที่ต้องออกงานหรือมีการถ่ายรูปแนะนำให้ใช้คอนซีลเลอร์ชนิดแท่งหรือที่มีเนื้อ
เข้มข้น เริ่มจากการทามอยส์เจอไรเซอร์สำหรับผิวมันหรือชนิดออยล์ฟรี เพื่อให้ผิวอ่อนนุ่มและไม่แห้งลอกเป็นขุย แล้วใช้พู่กันแตะคอนซีลเลอร์แต้มสิวเบาๆ แล้วใช้นิ้วแตะเบาๆ เพื่อให้สีกลมกลืนกันก่อนใช้แป้งฝ่นุ ปัดตามปกติ

Tip
     ในกรณีที่ไม่อยากซื้อคอนซีลเลอร์ไว้ในครอบครองหลายเฉดสี แนะนำให้ซื้อคอนซีลเลอร์ที่มีสีอ่อนกว่าผิวจริงหนึ่งเฉดสีจะใช้ได้คุ้มค่าที่สุด

บทความจาก

 

 

 

 

 

 

 

     สิ่งสำคัญที่สาวๆ ไม่ควรมองข้ามในการใช้เครื่องสำอางคือ การอ่านฉลากอย่างละเอียด และทำความเข้าใจกันจนกระจ่างแล้ว ไม่ต้องกลัวว่าจะมึนกับสัญลักษณ์และศัพท์เทคนิคที่เรียงกันเป็นตับ ขอแค่ซักซ้อมความเข้าใจตามนี้เลย

     ปกติฉลากเครื่องสำอางที่ผ่านการควบคุมจาก อย.แล้วจะต้องระบุข้อความเหล่านี้เป็นภาษาไทยไว้บนฉลาก ได้แก่
     - ชื่อเครื่องสำอางและ / หรือชื่อทางการค้า
     - ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง
     - ชื่อส่วนประกอบที่สำคัญ
     - ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต ถ้านำเข้าจะต้องแสดงชื่อผู้ผลิตและประเทศที่ผลิตด้วย
     - วัน เดือน ปีที่ผลิต เช่น Manufactured ตามด้วยตัวเลขบอก วัน เดือน ปีที่ผลิต หรือวันหมดอายุ เช่น Best Before หรือ Used Before ตามด้วยวัน เดือน ปีที่หมดอายุไว้ด้วย
     - วิธีใช้และคำเตือน
     - ปริมาณสุทธิ

สัญลักษณ์บอกอะไร
     - สัญลักษณ์รีไซเคิล หมายถึง บรรจุภัณฑ์ชิ้นนี้สามารถนำไปรีไซเคิลได้ ช่วยลดโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง
     - สัญลักษณ์หนังสือ หรือหนังสือพร้อมมีมือชี้ หมายถึง ผู้ใช้ควรอ่านฉลากให้ละเอียดก่อนใช้ เพราะอาจมีคำเตือนหรือข้อควรระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์ระบุอยู่ที่ฉลาก
     - สัญลักษณ์กระป๋องเปิด แล้วมีตัวเลขกำกับไว้ ตามด้วย M (Month) หมายถึง ผลิตภัณฑ์นี้มีอายุเท่าไร (ระบุเป็นจำนวนเดือน) นับตั้งแต่เปิดให้เนื้อผลิตภัณฑ์สัมผัสอากาศ เช่น มาสคาราจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่การดึงก้านมาสคาราออกมาครั้งแรก หรือผลิตภัณฑ์หัวปั๊มก็นับตั้งแต่ทำการกดครั้งแรก

To Know คำศัพท์ที่พบบ่อยในผลิตภัณฑ์เสริมความงามทั้งหลาย
     Antioxidant = สารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องและลบเลือนริ้วรอย
     Non - Comedogenic = ไม่มีส่วนผสมที่ทำให้รูขุมขนอุดตันอันเป็นสาเหตุของสิว
     Clinically Proven = ผ่านการทดสอบจากคลินิกของเครื่องสำอางยี่ห้อนั้นๆ แล้ว
     Dermatologist - Tested = ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังแล้ว
     Hypo - Allergenic = มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ได้น้อย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
     Retinol A = ส่วนผสมที่ช่วยลบเลือนริ้วรอย ร่องลึก

บทความจาก

Don'T Set Your Hair like this !
 5 ทรงผมที่คุณไม่ควรทำไปทำงาน

       ากคุณเป็นสาวออฟฟิศ ที่ต้องการบุคลิกที่ดูน่าเชื่อถือ เป็นที่น่าเคารพ  ทั้งในสายตาของผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และลูกน้องทั้งหลายแหล่  โดยที่สายอาชีพของคุณไม่ได้อยู่ในสายครีเอทีฟ ( แบบที่ต้องการแรงบันดาลใจ หรือความเป็นตัวของตัวเอง (อย่างสูง) หรือที่เรียกสั้นๆ ง่ายๆ ว่า ติสท์ ! ) นี่ยังไม่รวมกับที่ต้องติดต่อนอกองค์กร

       เชื่อเถอะค่ะว่า บุคลิกภาพและการแต่งกายเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ความเกรงอกเกรงใจ ความเป็นมืออาชีพเหล่านี้ได้ เสื้อผ้า แอ็คเซสเซอรี่ มาซะอย่างปิ๊ง ! แต่สุดท้ายก็ตายที่ทรงผมเนี่ยแหละ 
  
        สาวๆ ออฟฟิศ หลายๆ คน มักมองข้ามกับเรื่องทรงผม คิดว่าทำทรงนั้น ทรงนี้ ประดิษฐ์ๆ หน่อย เป็นอันว่าเวิร์ค โดยเฉพาะเทรนด์เกาหลีที่ฮิตกันมากมาย เบี่ยงซ้าย ป้ายขวา คิขุซะไม่มีค่ะ  ลองมาดู 5 ทรงผมที่เราขอแนะนำว่าคุณไม่ควรทำ ( เด็ดขาด ! ) ในที่ทำงานค่ะ    

เอมมี่ เดอะกิ๊ก ทรงผม แฟชั่น ผู้หญิง น่ารัก


ม้าเป๋ จุกเบี่ยงครึ่งศีรษะ 
       แอ๊บเด็กไปไหนคะ ? ความน่าเชื่อถือ จะหายไปครึ่ง - ครึ่ง ถึงแม้ว่าคุณจะเพิ่งเป็น First Jobber หรือ หนุ่มสาวที่เพิ่งจบการศึกษามาหมาดก็ตามทีเหอะ ...แต่ทรงนี้พี่ขอ..เถอะนะน้องขา !!!

ก้อย ทรงผม ชุนหลี มวย หมวย แฟชั่น

แม่สาวชุนหลี
        ถึงหน้าจะหมวย แต่การเกล้ามวย 2 ข้าง อารมณ์ประมาณตัวการ์ตูนชุนหลีก็ไม่โอนะคะ จะให้เป็นเซลเลอร์มูนก็ไม่ไหว ๆ -_-"  ลุคนี้จะทำให้คุณดูคิกขุเกินไป สำหรับการทำงาน เก็บไว้ทำทรงนี้เล่นๆ เวลาอยู่บ้านหรือในโอกาสเดินเล่นน่าจะดีกว่าค่ะ 

 

กิ๊บ ผม ทรงผม ผู้หญิง แฟชั่น

กิ๊บเก๋ๆ (อย่าคิดว่าจะ ) ยูเรก้า !!
        การติดกิ๊บเพื่อเก็บหน้าม้าให้เป๋ อาจจะดูเข้ากับลุคของบางคน แต่สำหรับหลายคนการติดกิ๊บแบบนี้ไม่โอมั่กๆ เสี่ยงค่ะ เสี่ยง ถ้าอยากติดกิ๊บ ขอแนะนำกิ๊บเรียบๆ อย่าเล่นลวดลายมาก อย่ามีตัวการ์ตูน ยังไงก็คงต้องดูให้เข้ากับชุดเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ไม่ควรติดกิ๊บแบบนี้ ในขณะที่เครื่องแต่งตัวของคุณเป็นชุดแบบเด็กๆ อย่าง เสื้อผ้าลายแบ๊ว กระโปรงบานๆ ไม่ควรค่ะ ไม่ควร !!

 

จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม น่ารัก ผู้หญิง แฟชั่น ทรงผม ดารา

รวบหางม้าเป๋ข้าง
        เอ่อ -_-"  เกินที่จะพรรณนาค่ะ ยิ่งคุณเกล้าสูงเท่าไหร่ และหางม้าคุณยิ่งเบี่ยงไปเท่าไหร่ คุณยิ่งพบจุดจบเร็วขึ้นเท่านั้นค่ะ ทรงนี้ดิชั้นขอร้อง....!!! 
       

แพง ขวัญข้าว เศวตวิมล ทรงผม ถักเปีย ผู้หญิง แฟชั่น

ถักเปีย..แบ๋วสุดๆ
        อย่าแปลงร่างเป็น " พจมาน  " มาทำงานเด็ดขาดค่ะคุณ เปียผมจะทำให้คุณดูเป็นสาวอินโนเซ้นท์ ไร้เดียงสา แสนจะอ่อนต่อโลก ในขณะที่คุณต้องการความคล่องตัว คล่องแคล่ว และลุคที่ดู Smart เมื่อคุณกำลังทำงาน เพราะฉะนั้น ทรงนี้เก็บไว้ทำเล่นๆที่บ้านนะจ๊ะ ...

บทความจาก  http://women.mthai.com

การเลือกทรงผมให้เหมาะกับรูปร่างของตัวเราว่าหุ่นแบบนี้ทำทรงไหนจะเหมาะจะเวิร์ค..

   สาวรูปร่างผอมสูง

      Yes ทรงที่เหมาะกับคุณคือการไว้ผมยาวแค่คาง หรือยาวมากกว่านั้น จะทำให้คุณดูเป็นผู้หญิ๊ง..ผู้หญิงมากขึ้น ส่วนถ้าหากอยากจะเซ็กซี่ขึ้นมาก็ต้องดัดลอนอ่อนๆ เคลียไหล่ เซ็ตให้ได้ทรงสวยงาม ก็เวิร์คแล้ว

      No ทรงที่เป็นพิษเป็นภัยกับสาวผอมสูงอย่างคุณคือ การซอยผมสั้นกุด ทรงนี้มันจะทำให้คุณเหมือนหัวเข็มหมุด หัวโตดูขาดสารอาหาร เพราะฉะนั้นอย่าฆ่าตัวเองด้วยการตัดทรงนี้นะคะ



   สาวรูปร่างเล็ก

      Yes ทรงที่เหมาะกับสาวแนวนี้คือการตัดผมบ๊อบสไตล์ต่างๆ มันจะทำให้คุณดูเด็กมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่อย่าให้สั้นจนเกินไปนะ เดี๋ยวจะแมนเกินหญิง

      No ผมที่อย่าทำคือการไว้ผมยาวมากเกินความจำเป็น เพราะมันจะทำให้คุณดูเหมือนสาวไม่มีแรง ไม่ค่อยกระฉับกระเฉง



   สาวหน้าอกใหญ่

      Yes แหม.. สำรวจกันใหญ่ ถ้าคุณเป็นสาวในประเภทนี้ ทรงที่เหมาะกับคุณที่สุดก็คือไว้ผมยาวและเซ็ตด้วยการใส่เคิร์ล จัดการแบ่งช่อมาไว้ข้างหน้าก็ได้ เพื่อไม่ให้หน้าอกเด่นเกินหน้าตาของคุณ

      No ทรงผมที่ควรหลีกเลี่ยงคือการรวบผมตึง เพราะเมื่อรวบผมตึงขึ้นหมดแล้ว จุดโฟกัสก็จะไปอยู่ที่หน้าอกซะหมด แต่ถ้าคุณอยากเซ็กซี่ร้อนแรง ... ก็ไม่ว่ากัน

 

บทความจาก http://women.mthai.com/